1. ภาพรวม
โรมัน มีไคโลวิช ดมิตรีเยฟ (Роман Михайлович Дмитриевภาษารัสเซีย; เกิด 7 มีนาคม ค.ศ. 1949 - เสียชีวิต 11 กุมภาพันธ์ ค.ศ. 2010) เป็นนักมวยปล้ำฟรีสไตล์ชาวรัสเซีย โค้ช และนักการเมืองผู้มีเชื้อสายยาคุต. เขาเป็นหนึ่งในนักกีฬาที่โดดเด่นของสหภาพโซเวียตและรัสเซีย โดยประสบความสำเร็จอย่างสูงในกีฬามวยปล้ำก่อนที่จะผันตัวไปเป็นโค้ชและมีบทบาทสำคัญในวงการการเมืองระดับภูมิภาคของสาธารณรัฐซาฮา. ตลอดอาชีพนักมวยปล้ำของเขา ดมิตรีเยฟได้เข้าร่วมการแข่งขันโอลิมปิกฤดูร้อน 2 ครั้ง โดยคว้าเหรียญทองในปี ค.ศ. 1972 และเหรียญเงินในปี ค.ศ. 1976 ทั้งยังได้รับเหรียญรางวัลหลายรายการจากการแข่งขันชิงแชมป์โลกและชิงแชมป์ยุโรป รวมถึงการเป็นแชมป์สหภาพโซเวียตหลายสมัย. หลังจากการแข่งขัน เขาทุ่มเทให้กับการฝึกสอนทีมมวยปล้ำของสหภาพโซเวียตและรัสเซีย และต่อมาก็เข้าสู่วงการการเมืองในบ้านเกิด.

2. ชีวประวัติ
ชีวประวัติของโรมัน ดมิตรีเยฟครอบคลุมตั้งแต่ช่วงวัยเด็กและภูมิหลังทางชาติพันธุ์ในสาธารณรัฐสังคมนิยมโซเวียตปกครองตนเองยาคุต ไปจนถึงการเริ่มต้นอาชีพมวยปล้ำที่โดดเด่นของเขา.
2.1. วัยเด็กและภูมิหลัง
โรมัน ดมิตรีเยฟ เกิดเมื่อวันที่ 7 มีนาคม ค.ศ. 1949 ที่เขตซีกานสกี (Zhigansky District) ซึ่งอยู่ในสาธารณรัฐสังคมนิยมโซเวียตปกครองตนเองยาคุต (Yakut ASSR) ในสมัยนั้นเป็นส่วนหนึ่งของสหพันธ์สาธารณรัฐสังคมนิยมโซเวียตรัสเซีย (Russian SFSR) ภายในสหภาพโซเวียต. เขาเป็นชนพื้นเมืองชาวยาคุต ซึ่งเป็นกลุ่มชาติพันธุ์พื้นเมืองที่อาศัยอยู่ในสาธารณรัฐซาฮา (Yakutia) ในปัจจุบัน ภูมิหลังทางชาติพันธุ์นี้มีบทบาทสำคัญในการเชื่อมโยงเขากับวัฒนธรรมและผู้คนในภูมิภาคบ้านเกิด.
2.2. อาชีพช่วงต้น
ดมิตรีเยฟเริ่มอาชีพในวงการมวยปล้ำฟรีสไตล์ตั้งแต่อายุยังน้อย โดยได้รับการฝึกสอนจากโค้ชชื่อดังอย่างดิมิทรี กอร์กิน (Dimitri Gorkin) และเซอร์เกย์ เปรออบราเชนสกี (Sergey Preobrashensky). เขาเข้าร่วมสโมสรกีฬาซีเอสเคเอ มอสโก (CSKA Moscow) และแสดงความสามารถอันโดดเด่นตั้งแต่ช่วงแรกของอาชีพ. ในปี ค.ศ. 1969 ซึ่งเป็นปีแรกๆ ของการแข่งขันระดับนานาชาติ เขาได้รับเหรียญเงินจากการแข่งขันมวยปล้ำชิงแชมป์โลกที่มาร์เดลปลาตา (Mar del Plata) และคว้าเหรียญทองจากการแข่งขันชิงแชมป์ยุโรปที่โซเฟีย (Sofia) ในปีเดียวกัน. นอกจากนี้ เขายังคว้าแชมป์ชิงแชมป์สหภาพโซเวียตได้เป็นครั้งแรกในปี ค.ศ. 1969 ซึ่งเป็นจุดเริ่มต้นของความสำเร็จระดับประเทศที่ยาวนาน.
3. อาชีพมวยปล้ำ
โรมัน ดมิตรีเยฟประสบความสำเร็จอย่างงดงามในอาชีพมวยปล้ำ โดยเป็นเจ้าของเหรียญโอลิมปิก เหรียญแชมป์โลกและยุโรป รวมถึงแชมป์ระดับประเทศของสหภาพโซเวียต. เขามีความสูง 154 cm.
3.1. โอลิมปิก
ดมิตรีเยฟเป็นตัวแทนของสหภาพโซเวียตในการแข่งขันกีฬาโอลิมปิก 2 ครั้ง โดยทำผลงานได้อย่างยอดเยี่ยม:
- ในการแข่งขันโอลิมปิกฤดูร้อน 1972 ที่มิวนิก เยอรมนี เขาคว้าเหรียญทองในประเภทมวยปล้ำฟรีสไตล์ชายรุ่นน้ำหนักไม่เกิน 48 กิโลกรัม ซึ่งถือเป็นจุดสูงสุดในอาชีพนักกีฬาของเขา.
- ในการแข่งขันโอลิมปิกฤดูร้อน 1976 ที่มอนทรีออล แคนาดา เขายังคงรักษาฟอร์มการเล่นที่แข็งแกร่งและคว้าเหรียญเงินในประเภทเดียวกัน (รุ่นน้ำหนักไม่เกิน 48 กิโลกรัม).
3.2. ชิงแชมป์โลกและยุโรป
นอกจากความสำเร็จในโอลิมปิกแล้ว ดมิตรีเยฟยังทำผลงานได้อย่างน่าประทับใจในการแข่งขันชิงแชมป์โลกและชิงแชมป์ยุโรป:
- มวยปล้ำชิงแชมป์โลก:
- เหรียญเงิน ในปี ค.ศ. 1969 ที่มาร์เดลปลาตา (Mar del Plata) (รุ่น 48 กิโลกรัม).
- เหรียญทองแดง ในปี ค.ศ. 1970 ที่เอดมันตัน (Edmonton) (รุ่น 48 กิโลกรัม).
- เหรียญทอง ในปี ค.ศ. 1973 ที่เตหะราน (Tehran) (รุ่น 48 กิโลกรัม).
- เหรียญเงิน ในปี ค.ศ. 1974 ที่อิสตันบูล (Istanbul) (รุ่น 52 กิโลกรัม).
- มวยปล้ำชิงแชมป์ยุโรป:
- เหรียญทอง ในปี ค.ศ. 1969 ที่โซเฟีย (Sofia) (รุ่น 48 กิโลกรัม).
- เหรียญทองแดง ในปี ค.ศ. 1981 ที่วูช (Łódź) (รุ่น 48 กิโลกรัม).
3.3. ชิงแชมป์สหภาพโซเวียต
ในระดับประเทศ โรมัน ดมิตรีเยฟเป็นหนึ่งในนักมวยปล้ำที่ประสบความสำเร็จมากที่สุดของสหภาพโซเวียต โดยคว้าแชมป์มวยปล้ำชิงแชมป์สหภาพโซเวียตได้ถึง 6 สมัย ได้แก่ในปี ค.ศ. 1969, 1971, 1972, 1976, 1979 และ 1981. ความสำเร็จที่สม่ำเสมอในระดับประเทศนี้ตอกย้ำสถานะของเขาในฐานะนักมวยปล้ำชั้นนำของสหภาพโซเวียต.
4. อาชีพหลังการแข่งขัน
หลังจากการเกษียณจากการแข่งขัน โรมัน ดมิตรีเยฟยังคงมีบทบาทสำคัญในวงการกีฬาในฐานะโค้ช และขยายบทบาทสู่กิจกรรมทางการเมืองในบ้านเกิดของเขา.
4.1. งานโค้ช
ในปี ค.ศ. 1981 ดมิตรีเยฟได้ตัดสินใจอำลาเวทีมวยปล้ำในฐานะนักกีฬาและผันตัวมาเป็นโค้ช. เขาเริ่มทำงานกับทีมมวยปล้ำชุดใหญ่ของสหภาพโซเวียต ก่อนที่จะไปเป็นโค้ชทีมเยาวชน. หลังจากที่สหภาพโซเวียตล่มสลาย เขายังคงมีบทบาทสำคัญในวงการมวยปล้ำของรัสเซีย โดยดำรงตำแหน่งต่างๆ ในสหพันธ์มวยปล้ำรัสเซีย (Russian Wrestling Federation) ซึ่งแสดงให้เห็นถึงความมุ่งมั่นของเขาในการพัฒนาและยกระดับกีฬามวยปล้ำในประเทศ.
4.2. กิจกรรมทางการเมือง
นอกจากงานโค้ชแล้ว โรมัน ดมิตรีเยฟยังได้เข้าสู่วงการการเมืองในบ้านเกิดของเขาที่สาธารณรัฐซาฮา. ในปี ค.ศ. 2008 เขาได้รับเลือกตั้งให้เป็นสมาชิกสภาดูมาของสาธารณรัฐซาฮา (Duma of Sakha Republic) ซึ่งเป็นสภานิติบัญญัติของภูมิภาค. การมีส่วนร่วมทางการเมืองของเขาสะท้อนให้เห็นถึงความปรารถนาที่จะรับใช้ชุมชนและมีส่วนร่วมในการพัฒนาการปกครองระดับภูมิภาค.
5. การเสียชีวิต
โรมัน ดมิตรีเยฟ เสียชีวิตเมื่อวันที่ 11 กุมภาพันธ์ ค.ศ. 2010 ที่กรุงมอสโก รัสเซีย ด้วยวัย 60 ปี.
6. มรดกและการประเมิน
โรมัน ดมิตรีเยฟเป็นบุคคลสำคัญที่ทิ้งมรดกอันยิ่งใหญ่ไว้ในวงการกีฬามวยปล้ำและสังคมโดยรวม. ในฐานะนักมวยปล้ำ เขาเป็นหนึ่งในตำนานของสหภาพโซเวียตและรัสเซีย โดยเฉพาะอย่างยิ่งจากการคว้าเหรียญทองและเหรียญเงินโอลิมปิก รวมถึงการเป็นแชมป์โลกและยุโรปหลายสมัย. ความสำเร็จเหล่านี้ไม่เพียงแต่ทำให้ชื่อของเขาเป็นที่รู้จักไปทั่วโลก แต่ยังเป็นแรงบันดาลใจให้กับนักมวยปล้ำรุ่นใหม่ๆ ในประเทศ.
หลังจากเลิกเล่น เขายังคงอุทิศตนให้กับวงการมวยปล้ำในฐานะโค้ช โดยมีบทบาทสำคัญในการปั้นนักกีฬาและพัฒนาทีมชาติโซเวียตและรัสเซีย ซึ่งแสดงให้เห็นถึงความมุ่งมั่นและความรู้ความสามารถที่เขามีต่อกีฬาที่เขารัก. การเข้าสู่วงการการเมืองในสาธารณรัฐซาฮายังสะท้อนให้เห็นถึงความรับผิดชอบต่อสังคมและบ้านเกิดของเขา. ดมิตรีเยฟได้รับการยกย่องว่าเป็นแบบอย่างของผู้ที่ประสบความสำเร็จทั้งในด้านกีฬาและด้านสาธารณะ. ความสำเร็จของเขาเป็นเครื่องพิสูจน์ถึงความอุตสาหะ พรสวรรค์ และการอุทิศตนเพื่อความก้าวหน้าของมวยปล้ำและชุมชนของเขา.