1. ชีวิตช่วงต้นและการศึกษา
ไฮล์สเบิร์กเกิดที่โคเปนเฮเกน ประเทศเดนมาร์ก และศึกษาวิศวกรรมไฟฟ้าที่มหาวิทยาลัยเทคนิคแห่งเดนมาร์ก ในระหว่างที่ศึกษาอยู่ในมหาวิทยาลัยเมื่อปี ค.ศ. 1980 เขาได้เริ่มเขียนโปรแกรมสำหรับไมโครคอมพิวเตอร์แนสคอม (Nascom) ซึ่งรวมถึงคอมไพเลอร์สำหรับภาษาปาสคาลที่เริ่มแรกวางตลาดในชื่อ บลูเลเบลซอฟต์แวร์ปาสคาล (Blue Label Software Pascal) สำหรับเครื่องแนสคอม-2 แม้ว่าเขาจะไม่ได้สำเร็จการศึกษาจากมหาวิทยาลัย แต่เขาก็ตัดสินใจลาออกเพื่อมุ่งมั่นในความสนใจด้านการเขียนโปรแกรม
2. อาชีพโปรแกรมเมอร์ช่วงต้น
หลังจากที่พัฒนาบลูเลเบลซอฟต์แวร์ปาสคาล ไฮล์สเบิร์กได้เขียนคอมไพเลอร์ใหม่สำหรับระบบปฏิบัติการซีพี/เอ็ม (CP/M) และดอส (DOS) โดยวางตลาดในชื่อแรกว่า คอมพาสปาสคาล (Compas Pascal) และต่อมาเปลี่ยนชื่อเป็น โพลีปาสคาล (PolyPascal) คอมไพเลอร์ของเขาได้รับแรงบันดาลใจอย่างมากจากคอมไพเลอร์ "ไทนีปาสคาล" (Tiny Pascal) ในหนังสือเรื่อง "Algorithms + Data Structures = Programs" ของนิกเลาส์ เวียร์ท (Niklaus Wirth) ซึ่งเป็นหนึ่งในหนังสือวิทยาการคอมพิวเตอร์ที่ทรงอิทธิพลที่สุดในยุคนั้น
3. การทำงานที่ Borland
โพลีปาสคาลได้รับการอนุญาตให้ใช้สิทธิ์แก่บอร์แลนด์ (Borland) และถูกรวมเข้ากับสภาพแวดล้อมการพัฒนาแบบบูรณาการ (IDE) เพื่อกลายเป็นระบบเทอร์โบปาสคาล ซึ่งต่อมากลายเป็นหนึ่งในคอมไพเลอร์ภาษาปาสคาลที่ประสบความสำเร็จในเชิงพาณิชย์มากที่สุดในตลาด โพลีดาตา (PolyData) ซึ่งเป็นบริษัทของไฮล์สเบิร์กและเพื่อนร่วมงาน ได้ทำหน้าที่จัดจำหน่ายผลิตภัณฑ์ของไมโครซอฟท์ในเดนมาร์ก ซึ่งทำให้เกิดความตึงเครียดกับบอร์แลนด์
ในปี ค.ศ. 1986 ไฮล์สเบิร์กและภรรยาได้ย้ายจากเดนมาร์กมายังสหรัฐอเมริกาเพื่อทำงานที่บอร์แลนด์ แม้ว่าแหล่งข้อมูลบางแห่งจะระบุว่าเขาย้ายมาในปี ค.ศ. 1989 เพื่อเป็นหัวหน้าวิศวกร (Chief Engineer) ที่บอร์แลนด์หลังจากที่บริษัทโพลีดาตาประสบปัญหาทางการเงิน เขายังคงทำงานกับบอร์แลนด์จนถึงปี ค.ศ. 1996 ในช่วงเวลาที่เขาอยู่กับบอร์แลนด์ เขาได้พัฒนาเทอร์โบปาสคาลต่อไปและกลายเป็นสถาปนิกหลักของทีมที่สร้างบอร์แลนด์เดลฟี (Borland Delphi) ซึ่งเข้ามาแทนที่เทอร์โบปาสคาล เดลฟีเป็นเครื่องมือการเขียนโปรแกรมแบบวิชวลโปรแกรมมิงที่ทันสมัยและมีบทบาทสำคัญในอุตสาหกรรม
4. การเข้าร่วม Microsoft

ในเดือนตุลาคม ค.ศ. 1996 ไฮล์สเบิร์กได้ออกจากบอร์แลนด์และเข้าร่วมงานกับไมโครซอฟท์ โดยได้รับเชิญจากบิลล์ เกตส์ การย้ายครั้งนี้เกิดขึ้นในช่วงที่บอร์แลนด์มีการเปลี่ยนแปลงนโยบายภายใน โดยคณะกรรมการบริหารมีการแบ่งแยกความคิดเห็นระหว่างการส่งเสริมเครื่องมือพัฒนาซอฟต์แวร์และการเน้นซอฟต์แวร์ธุรกิจ ซึ่งนำไปสู่การปลดฟิลิปป์ คาห์น (Philippe Kahn) ประธานบริษัทในขณะนั้นออกจากตำแหน่งซีอีโอในเดือนมกราคม ค.ศ. 1995 และการยุบแผนกเครื่องมือพัฒนาซอฟต์แวร์ของบอร์แลนด์ ทำให้มีการปลดพนักงานจำนวนมาก ไฮล์สเบิร์กพร้อมด้วยพอล กรอส (Paul Gross) รองประธานของบอร์แลนด์ และพนักงานที่ถูกปลดจำนวนมากได้ย้ายไปร่วมงานกับไมโครซอฟท์ ไมโครซอฟท์ได้เสนอเงินโบนัสการเซ็นสัญญาให้ไฮล์สเบิร์กถึง 500.00 K USD และสิทธิในการซื้อหุ้น และเพิ่มเป็น 1.00 M USD หลังจากที่บอร์แลนด์เสนอข้อเสนอสวนกลับ
ความสำเร็จแรกๆ ของเขาที่ไมโครซอฟท์คือภาษาโปรแกรมวิชวล เจ++ (J++) และวินโดวส์ฟาวเดชันคลาสเซส (Windows Foundation Classes หรือ WFC) เขายังได้รับตำแหน่ง Microsoft Distinguished Engineer และ Technical Fellow อีกด้วย ในช่วงปลายทศวรรษ 1990 ไมโครซอฟท์กำลังเผชิญกับการแข่งขันจากผลิตภัณฑ์ที่มีประสิทธิภาพสูง เช่น จาวา (Java) ของซันไมโครซิสเต็มส์ และเดลฟีของบอร์แลนด์ ในขณะที่เทคโนโลยีคอม+ (COM+) และวิชวลเบสิก (Visual Basic) ของไมโครซอฟท์ยังไม่สามารถแข่งขันได้ และวิชวล เจ++ ก็ประสบปัญหาทางกฎหมายกับจาวาของซัน ไฮล์สเบิร์กจึงสนับสนุนแนวคิด "การปฏิวัติ" ภายในไมโครซอฟท์ โดยสนับสนุนการสร้างภาษาโปรแกรมและชุดไลบรารีใหม่ทั้งหมด นั่นคือภาษาซีชาร์ปและดอตเน็ตเฟรมเวิร์ก ( .NET Framework)
5. การออกแบบ C# และ .NET Framework
ตั้งแต่ปี ค.ศ. 2000 ไฮล์สเบิร์กได้รับหน้าที่เป็นสถาปนิกหลักของทีมพัฒนาภาษาซีชาร์ป และเป็นนักพัฒนาหลักของดอตเน็ตเฟรมเวิร์ก เขามีบทบาทสำคัญในการกำหนดทิศทางและปรัชญาการออกแบบของภาษาซีชาร์ป ซึ่งเป็นภาษาที่ออกแบบมาเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการพัฒนาซอฟต์แวร์ขนาดใหญ่และซับซ้อนภายในระบบนิเวศของไมโครซอฟท์
6. การพัฒนา TypeScript
ในปี ค.ศ. 2012 ไฮล์สเบิร์กได้ประกาศโครงการใหม่ของไมโครซอฟท์ นั่นคือไทป์สคริปต์ ซึ่งเป็นซูเปอร์เซ็ตของจาวาสคริปต์ (JavaScript) เขาเป็นผู้นำในการพัฒนาไทป์สคริปต์ โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อแก้ไขปัญหาที่พบในการพัฒนาแอปพลิเคชันจาวาสคริปต์ขนาดใหญ่ ทำให้การพัฒนาซอฟต์แวร์มีความน่าเชื่อถือและจัดการได้ง่ายขึ้น
7. รางวัลและการยอมรับ
ไฮล์สเบิร์กได้รับการยอมรับอย่างกว้างขวางในผลงานของเขา เขาได้รับรางวัล Dr. Dobb's Excellence in Programming Award ในปี ค.ศ. 2001 สำหรับผลงานของเขาในเทอร์โบปาสคาล เดลฟี ซีชาร์ป และดอตเน็ตเฟรมเวิร์ก นอกจากนี้ ในปี ค.ศ. 2007 เขายังได้รับรางวัล Technical Recognition Award for Outstanding Technical Achievement สำหรับผลงานของเขาในภาษาซีชาร์ป ร่วมกับชอน แคทเซนเบอร์เกอร์ (Shon Katzenberger), สกอตต์ วิลทามูธ (Scott Wiltamuth), ทอดด์ โพรบสติง (Todd Proebsting), อีริก ไมเยอร์ (Erik Meijer), ปีเตอร์ แฮลแลม (Peter Hallam) และปีเตอร์ ซอลลิช (Peter Sollich)
8. อิทธิพลและมรดก
ผลงานของแอนเดอร์ส ไฮล์สเบิร์กมีผลกระทบอย่างลึกซึ้งต่ออุตสาหกรรมซอฟต์แวร์ ทั้งในด้านเทคนิคและเศรษฐกิจ ภาษาโปรแกรมและเครื่องมือที่เขาพัฒนาขึ้น เช่น เทอร์โบปาสคาล เดลฟี ซีชาร์ป และไทป์สคริปต์ ได้กลายเป็นรากฐานสำคัญสำหรับการพัฒนาซอฟต์แวร์ในยุคต่างๆ โดยเฉพาะอย่างยิ่งการมีส่วนร่วมของเขาในการสร้างภาษาซีชาร์ปและดอตเน็ตเฟรมเวิร์กได้ช่วยเพิ่มผลิตภาพของนักพัฒนาอย่างมหาศาล ทำให้การสร้างแอปพลิเคชันที่ซับซ้อนเป็นไปได้ง่ายขึ้นและรวดเร็วขึ้น การมุ่งเน้นที่การออกแบบที่ใช้งานง่ายและมีประสิทธิภาพได้ช่วยขยายการเข้าถึงเทคโนโลยีและส่งเสริมการเติบโตของชุมชนนักพัฒนาทั่วโลก
9. ผลงานการเขียน
ไฮล์สเบิร์กเป็นผู้เขียนและร่วมเขียนหนังสือสำคัญหลายเล่มที่เกี่ยวข้องกับภาษาซีชาร์ป ได้แก่:
- The C# Programming Language, 2nd edition, Addison-Wesley Professional, ISBN 0-321-33443-4, 9 มิถุนายน ค.ศ. 2006
- The C# Programming Language, 3rd edition, Addison-Wesley Professional, ISBN 0-321-56299-2, 18 ตุลาคม ค.ศ. 2008
- The C# Programming Language, 4th edition, Addison-Wesley Professional, ISBN 0-321-74176-5, ISBN 978-0-321-74176-9, ตุลาคม ค.ศ. 2010
10. รายการที่เกี่ยวข้อง
- เทอร์โบปาสคาล
- เดลฟี
- ซีชาร์ป
- ไทป์สคริปต์
- ดอตเน็ตเฟรมเวิร์ก
- นิกเลาส์ เวียร์ท
- ไมโครซอฟท์
- บอร์แลนด์
- ฟิลิปป์ คาห์น
- วิชวล เจ++
- วินโดวส์ฟาวเดชันคลาสเซส
- จาวาสคริปต์
- สภาพแวดล้อมการพัฒนาแบบบูรณาการ
- ภาษาปาสคาล
- ซีพี/เอ็ม
- ดอส
- ไมโครคอมพิวเตอร์
- วิศวกรซอฟต์แวร์
- ภาษาโปรแกรม
- โคเปนเฮเกน
- ประเทศเดนมาร์ก
- มหาวิทยาลัยเทคนิคแห่งเดนมาร์ก
- แคลิฟอร์เนีย
- สหรัฐอเมริกา