1. ชีวิตช่วงต้นและภูมิหลัง
เจ้าหญิงคาโรลีนทรงถือกำเนิดในครอบครัวชั้นสูงและทรงเป็นส่วนหนึ่งของสาขาโรมันคาทอลิกของราชวงศ์เฮสเซอ ซึ่งเป็นตระกูลที่ทรงอิทธิพลในยุโรป
1.1. การเกิดและครอบครัว
เจ้าหญิงคาโรลีนประสูติเมื่อวันที่ 18 สิงหาคม ค.ศ. 1714 ณ โรเทินบวร์คอันแดร์ฟุลดา ในแคว้นเฮสเซอ ประเทศเยอรมนี พระองค์เป็นธิดาพระองค์ที่ห้าและเป็นพระบุตรลำดับที่แปดในบรรดาพระบุตรสิบคนของแอนสท์ เลโอโปลด์ ลันด์กราฟแห่งเฮสเซอ-โรเทินบวร์ค ประมุขแห่งสาขาโรมันคาทอลิกของราชวงศ์เฮสเซอ กับพระชายาเคาน์เตสเคาน์เตสเอเลโอโนเรอแห่งเลอเวินชไตน์-แวร์ทไฮม์-โรชฟอร์ท
1.2. วัยเด็กและการศึกษา
ในช่วงวัยเด็ก เจ้าหญิงคาโรลีนทรงได้รับการยกย่องว่าเป็นเด็กหญิงที่งดงาม ซึ่งเป็นคุณสมบัติสำคัญสำหรับเจ้าหญิงในยุคนั้น นอกจากนี้ ด้วยสถานะการเป็นสมาชิกในราชวงศ์เฮสเซอสาขาคาทอลิกที่มีเกียรติ ทำให้พระองค์ทรงเป็นหนึ่งในผู้สมัครที่มีศักยภาพสูงที่จะเป็นพระคู่หมั้นของพระเจ้าหลุยส์ที่ 15 แห่งฝรั่งเศส อย่างไรก็ตาม ชื่อของพระองค์ได้ถูกถอนออกจากรายชื่อผู้สมัคร เนื่องจากมีข่าวลือว่าพระองค์ทรงมีอารมณ์ไม่ดี นอกจากนี้ ยังมีข้อกังวลเกี่ยวกับปัญหาทางพันธุกรรมภายในครอบครัว โดยเฉพาะอย่างยิ่งกรณีที่ปรากฏในพระเชษฐาของพระองค์ที่มีอาการปากแหว่งเพดานโหว่ ซึ่งอาจส่งผลต่อการพิจารณาพระองค์ในฐานะพระคู่ครองของกษัตริย์
2. การอภิเษกสมรสและชีวิตในราชสำนัก
เจ้าหญิงคาโรลีนทรงเข้าสู่ราชสำนักฝรั่งเศสด้วยการอภิเษกสมรส ซึ่งนำมาซึ่งบทบาทและสถานะทางสังคมใหม่ แต่ก็เผชิญกับความท้าทายหลายประการในชีวิตส่วนพระองค์และในราชสำนัก
2.1. การอภิเษกสมรสกับหลุยส์ อองรี
เมื่อวันที่ 23 กรกฎาคม ค.ศ. 1728 เพียงหนึ่งเดือนก่อนวันคล้ายวันประสูติปีที่ 14 ของพระองค์ เจ้าหญิงคาโรลีนทรงเข้าพิธีอภิเษกสมรสกับหลุยส์ อองรี ดยุกแห่งบูร์บง ณ เมืองซาร์รี ประเทศฝรั่งเศส พระสวามีของพระองค์เป็นเจ้าชายแห่งสายเลือดชาวฝรั่งเศสและเป็นประมุขแห่งราชวงศ์กงเด ซึ่งเป็นสาขาหนึ่งของราชวงศ์บูร์บง นอกจากนี้ พระองค์ยังทรงเป็นพระราชนัดดาของพระเจ้าหลุยส์ที่ 14 แห่งฝรั่งเศส ทางพระมารดาซึ่งเป็นหนึ่งในพระราชธิดาที่ทรงได้รับการรับรองอย่างเป็นทางการ ก่อนการอภิเษกสมรสครั้งที่สองนี้ หลุยส์ อองรีได้สูญเสียการมองเห็นไปหนึ่งข้าง และความงดงามเพรียวบางที่เคยมีในวัยเยาว์ก็ได้เลือนหายไปแล้ว หลังการอภิเษกสมรส พระองค์ทรงเป็นที่รู้จักในราชสำนักฝรั่งเศสในพระนามว่า มาดาม ลา ดัชเชส (Madame la Duchesse)
2.2. ชีวิตในราชสำนักฝรั่งเศส
ก่อนหน้าเจ้าหญิงคาโรลีน เจ้าหญิงแห่งกงเดพระองค์ก่อนคือมารี อานน์ เดอ บูร์บง ซึ่งสิ้นพระชนม์ไปแปดปีก่อนการอภิเษกสมรสของคาโรลีนและหลุยส์ อองรี ในช่วงแรกของชีวิตสมรส หลุยส์ อองรีทรงต้องตกอยู่ภายใต้พระราชอาชญาของกษัตริย์ ซึ่งทำให้พระองค์และเจ้าหญิงคาโรลีนต้องเสด็จไปประทับอย่างโดดเดี่ยวที่ปราสาทช็องตีย์ ซึ่งเป็นหนึ่งในปราสาทประจำตระกูลกงเด การเนรเทศนี้เริ่มขึ้นในปี ค.ศ. 1725 ก่อนการอภิเษกสมรสของพระองค์ แต่มาดาม ลา ดัชเชสก็ทรงถูกบังคับให้ประทับที่นั่นพร้อมกับพระสวามีจนกระทั่งพระสวามีทรงได้รับการอภัยโทษและได้รับอนุญาตให้กลับเข้าสู่ราชสำนักฝรั่งเศสอีกครั้งในปี ค.ศ. 1730 หลังจากนั้น ทั้งสองพระองค์ทรงใช้ชีวิตอย่างสงบที่ออแตลเดอกงเดในกรุงปารีส
3. โอรสธิดาและความเชื่อมโยงทางครอบครัว
แม้จะมีพระชนม์ชีพสั้น แต่เจ้าหญิงคาโรลีนก็ทรงเป็นพระมารดาของโอรสหนึ่งพระองค์ และทรงมีความเชื่อมโยงกับบุคคลสำคัญหลายท่านที่ต่อมามีบทบาทในประวัติศาสตร์ฝรั่งเศส
3.1. โอรสธิดา
เจ้าหญิงคาโรลีนและดยุกหลุยส์ อองรี ทรงมีพระโอรสหนึ่งพระองค์ซึ่งประสูติหลังจากอภิเษกสมรสไปได้แปดปี ได้แก่:
- หลุยส์ โฌแซฟ เจ้าชายแห่งกงเด (9 สิงหาคม ค.ศ. 1736 - 13 พฤษภาคม ค.ศ. 1818) ผู้ซึ่งได้สืบทอดตำแหน่งเป็นเจ้าชายแห่งกงเดพระองค์ต่อไป หลังจากการสิ้นพระชนม์ของพระบิดามารดา พระองค์ทรงอยู่ในการดูแลของหลุยส์ เดอ บูร์บง-กงเด เคานต์แห่งแคลร์มงต์ ซึ่งเป็นพระอนุชาของพระสวามีของเจ้าหญิงคาโรลีน
3.2. ความเชื่อมโยงทางครอบครัวที่สำคัญ
นอกจากพระโอรสแล้ว เจ้าหญิงคาโรลีนยังทรงมีความเชื่อมโยงทางเครือญาติกับบุคคลสำคัญหลายท่าน

- มาร์คีส์ เดอ ซาด**: พระมารดาของมาร์คีส์ เดอ ซาด ซึ่งคือ มารี เอเลโอโนร์ เดอ มาแย (ค.ศ. 1712 - ค.ศ. 1777) ทรงเป็นนางกำนัลในเจ้าหญิงคาโรลีนและทรงมีความสัมพันธ์ทางเครือญาติ การที่มาร์คีส์ เดอ ซาดประสูติในเดือนมิถุนายน ค.ศ. 1740 ณ ออแตลเดอกงเด ซึ่งเป็นปีเดียวกับที่พระสวามีของเจ้าหญิงคาโรลีนสิ้นพระชนม์นั้น เป็นผลมาจากความสัมพันธ์ใกล้ชิดนี้

- พระภาติยะ (หลานสาว)**: หลังจากการสิ้นพระชนม์ของเจ้าหญิงคาโรลีน พระภาติยะของพระองค์สองพระองค์ได้เข้ามามีบทบาทในราชสำนักฝรั่งเศส
- ในปี ค.ศ. 1745 เจ้าหญิงวิกตอเรียแห่งเฮสเซอ-ไรน์เฟลส์-โรเทินบวร์ค ซึ่งเป็นพระภาติยะอีกพระองค์ ทรงอภิเษกสมรสกับชาร์ลส์ เจ้าชายแห่งซูบีส ผู้เป็นประมุขแห่งสาขารองของราชวงศ์โรฮาน และเป็นพระบิดาของชาร์ล็อต เดอ โรฮาน ผู้ซึ่งต่อมาได้อภิเษกสมรสกับเจ้าชายแห่งกงเดเช่นกัน
- ในปี ค.ศ. 1767 เจ้าหญิงมาเรีย ลุยซา แห่งซาวอย ซึ่งเป็นพระภาติยะอีกพระองค์หนึ่ง ได้เสด็จมายังฝรั่งเศสเพื่ออภิเษกสมรสกับหลุยส์ อเล็กซองเดอร์ เจ้าชายแห่งล็องบาล พระองค์ทรงเป็นสหายสนิทของพระนางมารี อ็องตัวแน็ตในฐานะ เจ้าหญิงแห่งล็องบาล และถูกม็อบปฏิวัติสังหารอย่างโหดเหี้ยมระหว่างการสังหารหมู่ในเดือนกันยายน ปี ค.ศ. 1792 ซึ่งเป็นเหตุการณ์สำคัญที่แสดงถึงความรุนแรงของการปฏิวัติฝรั่งเศส
4. การสิ้นพระชนม์
เจ้าหญิงคาโรลีนแห่งเฮสเซอ-ไรน์เฟลส์-โรเทินบวร์ค ทรงสิ้นพระชนม์ก่อนวัยอันควร หลังจากเผชิญกับความสูญเสียในครอบครัว
พระสวามีของพระองค์ หลุยส์ อองรี ดยุกแห่งบูร์บง สิ้นพระชนม์เมื่อวันที่ 27 มกราคม ค.ศ. 1740 ณ ปราสาทช็องตีย์ เพียงหนึ่งปีต่อมา เจ้าหญิงคาโรลีนก็ทรงสิ้นพระชนม์ในกรุงปารีสเมื่อเดือนมิถุนายน ค.ศ. 1741 ขณะมีพระชนม์เพียง 26 พรรษา พระศพของพระองค์ถูกฝังไว้ที่โบสถ์คาร์เมล ดู โฟบูร์ก แซงต์-ฌาคส์ (Carmel du faubourg Saint-Jacques) ในกรุงปารีส
5. ลำดับบรรพบุรุษ
| ลำดับที่ 1 | ลำดับที่ 2 | ลำดับที่ 3 | ลำดับที่ 4 |
|---|---|---|---|
| 1. คาโรลีนแห่งเฮสเซอ-ไรน์เฟลส์-โรเทินบวร์ค | 2. แอนสท์ เลโอโปลด์ ลันด์กราฟแห่งเฮสเซอ-โรเทินบวร์ค | 3. เคาน์เตสเอเลโอโนเรอแห่งเลอเวินชไตน์-แวร์ทไฮม์-โรชฟอร์ท | 4. วิลเลียม ลันด์กราฟแห่งเฮสเซอ-โรเทินบวร์ค |
| 5. มาเรีย แอนนา แห่งเลอเวินชไตน์-แวร์ทไฮม์-โรชฟอร์ท | |||
| 6. แม็กซิมิเลียน คาร์ล เจ้าชายแห่งเลอเวินชไตน์-แวร์ทไฮม์-โรชฟอร์ท | 7. เคาน์เตสโพลีเซนา คุห์น ฟอน เบลาซี ซู ลิคเตนเบิร์ก | ||
| 8. แอนสท์ ลันด์กราฟแห่งเฮสเซอ-ไรน์เฟลส์ | |||
| 9. มารี เอเลโอโนเรอ แห่งโซล์มส์-โฮเฮนโซล์มส์ | |||
| 10. เฟอร์ดินานด์ คาร์ล เคานต์แห่งเลอเวินชไตน์-แวร์ทไฮม์-โรชฟอร์ท | |||
| 11. เคาน์เตสแอนนา มาเรีย แห่งเฟือร์สเตนเบิร์ก-ไฮลิเกนเบิร์ก | |||
| 12. เฟอร์ดินานด์ คาร์ล เคานต์แห่งเลอเวินชไตน์-แวร์ทไฮม์-โรชฟอร์ท | |||
| 13. เคาน์เตสแอนนา มาเรีย แห่งเฟือร์สเตนเบิร์ก-ไฮลิเกนเบิร์ก | |||
| 14. มาเธียส คุห์น ฟอน เบลาซี เคานต์ ซู ลิคเตนเบิร์ก อุนด์ กันเดกก์ | |||
| 15. เคาน์เตสแอนนา ซูซานนา ฟอน เม็กเกา ซู ครอยต์เซน |
6. มรดกและบริบททางประวัติศาสตร์
แม้จะทรงมีชีวิตที่ไม่ยืนยาว แต่เจ้าหญิงคาโรลีนแห่งเฮสเซอ-ไรน์เฟลส์-โรเทินบวร์คก็ทรงทิ้งร่องรอยไว้ในประวัติศาสตร์ผ่านพระโอรสและเครือญาติของพระองค์ โดยเฉพาะอย่างยิ่งการเชื่อมโยงกับเหตุการณ์สำคัญอย่างการปฏิวัติฝรั่งเศส ผ่านพระภาติยะของพระองค์คือเจ้าหญิงมาเรีย ลุยซา แห่งซาวอย ผู้ซึ่งกลายเป็นสหายสนิทของพระนางมารี อ็องตัวแน็ต และจบชีวิตลงอย่างโศกนาฏกรรม การที่บุคคลในตระกูลของพระองค์ต้องเผชิญชะตากรรมที่รุนแรงในช่วงการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ของฝรั่งเศส สะท้อนให้เห็นถึงผลกระทบที่กว้างขวางของการปฏิวัติที่มีต่อชนชั้นสูงในเวลานั้น พระชนม์ชีพของพระองค์จึงเป็นส่วนหนึ่งของเรื่องราวอันซับซ้อนของราชสำนักฝรั่งเศสในยุคก่อนการล่มสลายของสถาบันพระมหากษัตริย์