1. ชีวิต
คิม ยอง-ฮู เริ่มต้นเส้นทางอาชีพในวงการเพลงตั้งแต่อายุยังน้อย และได้สร้างผลงานที่โดดเด่นมากมายจนเป็นที่ยอมรับในฐานะโปรดิวเซอร์และนักแต่งเพลง
1.1. การเกิดและภูมิหลัง
คิม ยอง-ฮู เกิดเมื่อวันที่ 7 พฤศจิกายน พ.ศ. 2524 ที่กรุงโซล ประเทศเกาหลีใต้
1.2. การเริ่มต้นอาชีพ
คิม ยอง-ฮู เริ่มต้นอาชีพในวงการเพลงด้วยการเซ็นสัญญากับ SM Entertainment ในฐานะโปรดิวเซอร์ที่อายุน้อยที่สุดด้วยวัยเพียง 15 ปี เพลงแรกที่ประสบความสำเร็จและขึ้นอันดับ 1 คือเพลง "I Pray For You" ของวง ชินฮวา หลังจากนั้น เขายังได้ร่วมสร้างสรรค์เพลงฮิตอื่น ๆ อีกมากมาย เช่น "Whatever They Say" ของ ทงบังชินกี, "Replay" ของ ชายนี และ "Oh!" ของ เกิลส์เจเนอเรชัน
2. กิจกรรมและผลงานหลัก
ตลอดอาชีพของ คิม ยอง-ฮู เขาได้มีส่วนร่วมอย่างมากในอุตสาหกรรมเพลงทั้งในด้านการผลิตเพลง การแต่งเพลง และการบุกเบิกธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับเทคโนโลยี
2.1. การผลิตเพลงและการแต่งเพลง
คิม ยอง-ฮู ทำงานร่วมกับศิลปินส่วนใหญ่ในสังกัด SM Entertainment และเป็นผู้แต่งเพลงให้กับศิลปินชื่อดังหลายวง อาทิ เกิลส์เจเนอเรชัน, เอ็กโซ, ทงบังชินกี, โบอา, ชายนี, เอฟ(เอกซ์), ซูเปอร์จูเนียร์, ชินฮวา และ ฟลายทูเดอะสกาย ผลงานของเขามักอยู่ในแนวเพลงป็อป, เคป็อป, แดนซ์ป็อป และ อาร์แอนด์บี นอกจากนี้ เขายังสามารถเล่นเปียโนได้อีกด้วย
2.2. กิจการทางธุรกิจ
คิม ยอง-ฮู เป็นผู้ร่วมก่อตั้งบริษัท XP Music Publishing ซึ่งมีสำนักงานใหญ่อยู่ที่ลอสแอนเจลิส และมีสำนักงานย่อยในกรุงโซลและกรุงโตเกียว เขามีส่วนร่วมในโครงการด้านเทคโนโลยีและได้สร้างระบบแคตตาล็อกเพลงออนไลน์แห่งแรกในเกาหลีใต้ ปัจจุบัน เขาดำรงตำแหน่งประธานเจ้าหน้าที่บริหาร (CEO) ของบริษัทเทคโนโลยี Qoop
2.3. วิศวกรรมซอฟต์แวร์
ในฐานะวิศวกรซอฟต์แวร์ คิม ยอง-ฮู ได้นำความรู้และความเชี่ยวชาญของเขามาประยุกต์ใช้ในอุตสาหกรรมเพลง โดยเฉพาะอย่างยิ่งในการสร้างสรรค์และพัฒนาระบบแคตตาล็อกเพลงออนไลน์ ซึ่งถือเป็นนวัตกรรมสำคัญที่ช่วยจัดระเบียบและจัดการข้อมูลเพลงในยุคดิจิทัล การดำรงตำแหน่ง CEO ของบริษัทเทคโนโลยี Qoop ในปัจจุบันยังตอกย้ำบทบาทของเขาในฐานะผู้นำด้านเทคโนโลยีควบคู่ไปกับอาชีพในวงการเพลง
3. ผลงานเพลง
คิม ยอง-ฮู ได้โปรดิวซ์และแต่งเพลงให้กับศิลปินมากมาย ทั้งในเกาหลีใต้และญี่ปุ่น โดยหลายเพลงประสบความสำเร็จอย่างสูงทั้งในด้านยอดขายและรางวัล
3.1. เกาหลีใต้
ผลงานเพลงที่ คิม ยอง-ฮู โปรดิวซ์และแต่งเพลงให้กับศิลปินในเกาหลีใต้ มีดังนี้:
- โบอา:
- "My Prayer" - ยอดขาย 250,000 ชุด (2 แพลทินัม)
- "If You Were Here" (จากอัลบั้ม Girls on Top) - ยอดขาย 120,000 ชุด (แพลทินัม)
- "Girls on Top" (เวอร์ชันภาษาอังกฤษ)
- เอ็กโซ:
- "My Turn to Cry" (จากอัลบั้ม Miracles in December) - ยอดขาย 500,000 ชุด
- "Can't Bring Me Down" (จากอัลบั้ม Ex'Act) - ยอดขาย 1,000,000 ชุด
- ฟลายทูเดอะสกาย:
- "How Many Nights, How Many Days" - ยอดขาย 200,000 ชุด (2 แพลทินัม)
- "Magic Song" - ยอดขาย 170,000 ชุด (แพลทินัม) และติดอันดับ 3 บนชาร์ตออนไลน์ที่ใหญ่ที่สุด
- "My Never Ending Story" - ยอดขาย 100,000 ชุด (แพลทินัม)
- เอฟ(เอกซ์):
- "Me + U" (จากอัลบั้ม Nu ABO) - ยอดขาย 100,000 ชุด (แพลทินัม)
- "Goodbye Summer" (จากอัลบั้ม Pink Tape) - ยอดขาย 80,000 ชุด
- "Summer Lover" (จากอัลบั้ม Red Light)
- "Diamond" (จากอัลบั้ม 4 Walls)
- เกิลส์เจเนอเรชัน:
- "Let's Talk About Love" - ยอดขาย 100,000 ชุด (แพลทินัม)
- "Oh!" - ยอดขาย 300,000 ชุด (3 แพลทินัม) และติดอันดับ 1 ในหลายประเทศและหลายช่องเพลง อีกทั้งยังได้รับรางวัล Golden Disc Award
- "Say Yes" - ยอดขาย 400,000 ชุด (4 แพลทินัม) และได้รับรางวัล Golden Disc Awards และ Seoul Music Awards
- Isak N Jiyeon: "I Dream Of You"
- Parc Jae-jung: "As much as I loved you"
- S.E.S.: "You Told Me"
- ชายนี:
- "Replay" (จากเพลง Replay)
- "Love Like Oxygen"
- "In my room" - ยอดขาย 150,000 ชุด (แพลทินัม)
- "차라리 때려" (차라리 때려ชารารี แตรยอภาษาเกาหลี) - ยอดขาย 150,000 ชุด (แพลทินัม)
- "Y.O.U. (Year Of Us)"
- "Runaway" - ยอดขาย 250,000 ชุด (2 แพลทินัม)
- ชินฮวา:
- "Just 2 be with U" - ยอดขาย 400,000 ชุด (4 แพลทินัม)
- "I Pray 4 U" - ยอดขาย 400,000 ชุด (4 แพลทินัม) และเป็นเพลงอันดับ 1 ในรายการเพลง MBC Music Show, SBS Music Show และชาร์ตออนไลน์หลายแห่ง รวมถึงเป็นเพลงประกอบภาพยนตร์อนิเมะญี่ปุ่นเรื่อง "อินุยาฉะ" ในเวอร์ชันเกาหลี
- "Soulmate" - ยอดขาย 300,000 ชุด (3 แพลทินัม)
- "Hurricane" - ยอดขาย 100,000 ชุด (แพลทินัม)
- ซูเปอร์จูเนียร์:
- "Over" - ยอดขาย 100,000 ชุด (แพลทินัม)
- "You're my endless love" - ยอดขาย 200,000 ชุด (2 แพลทินัม)
- "She wants it" - ยอดขาย 300,000 ชุด (3 แพลทินัม)
- "Shake It Up!" - ยอดขาย 300,000 ชุด (3 แพลทินัม)
- The Grace: "Dancer In The Rain", "Catch The Shooting Star"
- Tim: "Sarang Han Mankeum", "My Destiny", "Nae Ahn Eh Jun Jeng", "Manual For My Heart"
- ทงบังชินกี:
- "Whatever They Say" - ยอดขาย 300,000 ชุด (3 แพลทินัม) และติดอันดับ 4 ในรายการเพลง SBS Music Show
- "Free your mind"
- "Beautiful Life" - ยอดขาย 300,000 ชุด (3 แพลทินัม)
- "세상의단하나뿐인마음" (세상의단하나뿐인마음เซซังเง ดันฮานาปุนนินมาอึมภาษาเกาหลี)
- "On & On" - ยอดขาย 535,000 ชุด (5 แพลทินัม) และเป็นอัลบั้มอันดับ 1 ประจำปี 2549 รวมถึงได้รับรางวัล Golden Disc Award
- "Crazy Love"
- "넌 나의 노래" (넌 나의 노래นอน นาเอ นูแรภาษาเกาหลี) - ยอดขาย 600,000 ชุด (6 แพลทินัม) และเป็นอัลบั้มอันดับ 1 ประจำปี 2551 รวมถึงได้รับรางวัล Golden Disc Award
- "Here I stand" - ยอดขาย 300,000 ชุด (3 แพลทินัม)
- Whee Sung: "Angel" - ยอดขาย 400,000 ชุด (4 แพลทินัม)
3.2. ญี่ปุ่น
ผลงานเพลงที่ คิม ยอง-ฮู โปรดิวซ์และแต่งเพลงสำหรับผลงานที่เผยแพร่ในญี่ปุ่น มีดังนี้:
- เกิลส์เจเนอเรชัน:
- ซิงเกิล "Oh!" - ยอดขาย 100,000 ชุด (ทอง) และติดอันดับ 1 บนOricon Chart
- อัลบั้มที่ 2 "Oh!" - ยอดขาย 200,000 ชุด (ทอง)
- ชายนี:
- ซิงเกิลอัลบั้มแรก "Replay" - ยอดขาย 110,000 ชุด (ทอง)
- อัลบั้มแรก "Replay" - ยอดขาย 120,000 ชุด (ทอง)
- Tenjochiki: อัลบั้ม "Piranha", เพลง "Just for one day" - ยอดขาย 100,000 ชุด (ทอง)
- ทงบังชินกี:
- อัลบั้มที่ 3 "Beautiful Life" - ยอดขาย 150,000 ชุด (ทอง)
- อัลบั้มที่ 3 "You're my miracle" - ยอดขาย 150,000 ชุด (ทอง)
- อัลบั้ม "Bolero", เพลง "Wasurenaide" - ยอดขาย 150,000 ชุด (ทอง)
- อัลบั้มที่ 4 "Wasurenaide" - ยอดขาย 300,000 ชุด (แพลทินัม)
4. การประเมินและผลกระทบ
คิม ยอง-ฮู ได้รับการยอมรับอย่างกว้างขวางในฐานะผู้มีอิทธิพลสำคัญต่อวงการเพลงเคป็อป ด้วยการเริ่มต้นอาชีพในฐานะโปรดิวเซอร์ที่อายุน้อยที่สุดของ SM Entertainment เขามีส่วนสำคัญในการสร้างสรรค์เพลงฮิตมากมายให้กับศิลปินชั้นนำ ซึ่งไม่เพียงแต่ส่งเสริมความสำเร็จของศิลปินเหล่านั้น แต่ยังช่วยกำหนดทิศทางและยกระดับมาตรฐานของดนตรีเคป็อปอีกด้วย
นอกจากบทบาทในฐานะโปรดิวเซอร์และนักแต่งเพลงแล้ว การที่เขาเป็นผู้บุกเบิกในการสร้างระบบแคตตาล็อกเพลงออนไลน์แห่งแรกในเกาหลีใต้ และการดำรงตำแหน่งCEO ของบริษัทเทคโนโลยี Qoop ยังแสดงให้เห็นถึงวิสัยทัศน์และความสามารถในการผสมผสานดนตรีเข้ากับนวัตกรรมทางเทคโนโลยี ซึ่งมีส่วนช่วยในการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานของอุตสาหกรรมเพลงในยุคดิจิทัล ผลงานที่หลากหลายและครอบคลุมของเขาจึงสะท้อนถึงอิทธิพลที่ลึกซึ้งและยั่งยืนต่อทั้งวงการบันเทิงและเทคโนโลยีในเกาหลีใต้